เติบโตสู่งานสายเทค ด้วยประสบการณ์โปรเจกต์ระดับโลกบน Kaggle  

  RSS
The Neural Engineer
(@neural-engineer)
EfficientNet
เติบโตสู่งานสายเทค ด้วยประสบการณ์โปรเจกต์ระดับโลกบน Kaggle
 
"คนรุ่นใหม่ที่แม้ไม่จบจากโรงเรียน แต่สร้างผลงานชั้นเยี่ยมให้เห็นได้ คนเหล่านี้เป็นตัวอย่างของมนุษย์ที่ไม่ธรรมดา และเราจะทำทุกอย่างที่จะค้นหาคนพวกนี้" คือคำพูดของ Laszlo Bock อดีตผู้บริหารฝ่ายบุคคลของ Google
 
การตั้งใจเรียนทำข้อสอบเพื่อให้ได้เกรดดีในห้องเรียน ควรเป็นเป้าหมายสำคัญในการเรียนหรือไม่ อาจเป็นคำถามในใจของใครหลายคน ในยุคปัจจุบันที่หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
ไม่นานมานี้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Apple และ IBM ไม่ได้กำหนดว่าผู้สมัครงานจะจบปริญญาหรือไม่ สิ่งสำคัญ คือ ผู้สมัครต้องสามารถพิสูจน์ฝีมือตนเองจากผลงานจริงได้!
 
นี่คือ "เทรนด์ใหม่" ของการพิจารณาคุณสมบัติการทำงาน ที่เน้นผลงานจริงมากกว่าเกรดในห้องเรียน และบริษัทในเมืองไทย โดยเฉพาะบริษัทสมัยใหม่ start up ต่างๆ อาจเริ่มเปิดรับ "เทรนด์ใหม่" นี้มากขึ้นเรื่อยๆ
 
ประจวบกับปัจจุบัน Covid ทำให้บทบาทการทำงานสาย tech เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง การทำงานจากที่บ้าน ยังเปิดโอกาสให้เราสามารถร่วมงานกับบริษัทชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก ได้มากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน (กรณีทำงานกับบริษัทต่างประเทศ เราสามารถรับงานทางไกลได้โดยไม่ต้อง visa ทำงานในฐานะอิสระ หรือ independent contractor)
 
วันนี้จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ Kaggle แหล่งรวมโปรเจกต์ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (data science) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยงานด้าน data science เชื่อว่าหลายๆ คนย่อมเคยได้ยินชื่อในฐานะ 1 ในสาขาที่มาแรงที่สุดในโลกจากการจัดลำดับของหลายๆ สำนัก
 
ที่ Kaggle เปิดโอกาสให้ทุกคนในโลกสามารถมีส่วนร่วมกับโปรเจกต์จริงกับบริษัทและสถาบันระดับโลก เช่น Google Facebook Amazon MIT หรือ Stanford ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
 
 
นอกจากนี้ยังมีเซ็ตคอมพิวเตอร์การคำนวณคุณภาพสูง (ราคาแพงมากๆ) ให้ใช้ฟรีๆ อีกด้วย
 
Kaggle มีทุนทำเรื่องเหล่านี้ได้เพราะ Kaggle เป็นหนึ่งในบริษัทลูกรักของ Google นั่นเอง
 
ในแต่ละโปรเจกต์บน Kaggle เราจะได้ทั้งแข่งขันและร่วมมือกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ นับพันทั่วโลก นอกจากนี้ Kaggle ยังจัด "อันดับโลก" ให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ในลักษะเดียวกับกีฬาระดับโลกเช่น เทนนิส หรือกอล์ฟ
 
ลองจินตนาการดูว่าในการสมัครงาน เรามีอันดับโลกอย่างเป็นทางการอยู่ใน top 500 จาก data scientists ทั่วโลกหลายแสนคน โปรไฟล์ของเราจะเท่ห์แค่ไหน
 
โดยอันดับโลกของเรานั้นจะขึ้นกับผลงานในแต่ละโปรเจกต์ที่เราเข้าร่วม มิหนำซ้ำเราทำผลงานได้ระดับต้นๆ ในการแข่งขันยังมีเงินรางวัลตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาทให้ผู้ชนะลำดับต้นๆ ในแต่ละรายการอีกด้วย
 
แต่ละโปรเจกต์บน Kaggle นั้นเกิดจากคิดโจทย์ขององค์กรและบริษัทต่างๆ ที่ต้องการแก้ปัญหาจริงๆ
 
ไม่ว่าจะเป็นการช่วย Shopee ตรวจสอบว่ารูปโฆษณาสินค้ามาจากสินค้าชิ้นเดียวกันหรือไม่ การช่วยออกแบบ วัคซีน Covid19 หรือการทำโมเดลจำลองการแข่งขันฟุตบอลร่วมกับ Man City เป็นต้น
 
และแต่ละโปรเจกต์จะมีการวัดผลที่ชัดเจน เช่นโปรแกรมของใคร "ทำนาย" ข้อมูลได้แม่นยำที่สุด
 
Kaggle เป็นแหล่งรวมตัวของยอดฝีมือทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก
 
แน่นอน การสมัครงานโดยมีฝีมือบน Kaggle การันตีย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือของเราได้เป็นอย่างดี
 
รู้หรือไม่ ในขณะที่เวียดนามมีผู้เข้าแข่งติดอันดับโลกใน top500 มากมายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทว่ามีคนไทยน้อยมากๆ ที่ร่วมแข่งบน Kaggle (แทบนับนิ้วได้)
 
ยิ่งคนจีนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ต้องพูดถึงอยู่ใน Top100 เต็มไปหมด และได้เข้าทำงานกับบริษัทระดับโลกมากมายด้วยโปรไฟล์บน Kaggle
 
นั่นหมายความว่า ที่ผ่านมาเด็กไทยเราพลาดโอกาสก้าวหน้างามๆ เหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย
 
มาถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจจะเริ่มอยากรู้แล้วว่าถ้าอยากเข้าร่วม Kaggle หรือสนับสนุนให้ลูกหลานเข้าร่วมต้องทำอย่างไร
 
เข้าร่วมได้ทันที ฟรี เพียงใช้ google account ที่ Kaggle.com ครับผม
 
การเข้าร่วม Kaggle ขอเพียงเราพอมีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม Python และความรู้ด้าน Data Science เล็กน้อยเท่านั้น
 
ในเว็บไซต์ Kaggle มีหลักสูตรเรียนรู้ Data Science ฟรีๆ ตั้งแต่ระดับต้นถึงระดับสูง นอกจากนี้ในแต่ละการแข่งขัน ยังมีผู้เข้าร่วมแข่งขันที่แชร์โค้ดเริ่มต้นมากมาย ให้เราเอาไปปรับใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเองตั้งแต่แรก
 
สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน ก็สามารถฝึกได้ไม่ยาก โดยสามารถฝึกภาษา Python ผ่านแหล่งเรียนรู้ online ที่ฟรีหรือไม่แพงหลายที่ เช่น Udemy, Datacamp หรือของคนไทยเราเองอย่าง ลุงวิศวกรสอนคำนวณ (ลองค้น google ดู)
 
เท่านี้ก็สามารถก้าวสู่วงการ Data Science มืออาชีพได้อย่างภาคภูมิแล้วครับ อย่าพลาดโอกาสงามๆ อย่างนี้ไป!!
 
 
อ้างอิง
1. บริษัทที่ไม่ต้องการใบปริญญา https://www.glassdoor.com/blog/no-degree-required/
3. อาชีพสายเทคที่เน้นผลงานจริงเป็นหลัก https://www.monster.com/.../high-paying-tech-jobs-no...
5. Google วางแผนจะออกแบบ certification ของตนเองแทนปริญญา https://www.inc.com/.../google-plan-disrupt-college...
This topic was modified 5 months ago by The Neural Engineer
อ้างอิง
Posted : 06/05/2021 10:17 am
Share:

Please Login or Register